14/7/55

EUR/USD, GOLD 14-07-12

EUR/USD, GOLD 14-07-12

EUR/USD


GOLD

13/7/55

GOLD 13-07-12

GOLD 13-07-12

แนวโน้มราคาทองคำก่อนปิดตลาดสัปดาห์นี้ คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องอันเนื่องจาก ค่าเงิน EUR ที่อ่อนค่าลงมาตลอดสัปดาห์





11/7/55

EUR/USD, GOLD 11-07-12

EUR/USD, GOLD 11-07-12

EUR/USD

GOLD

3/7/55

EUR/USD เปิดออเดอร์แก้เซ็ง

จิ้มมันละ ฮาาาา  ถ้าไม่หล่นลงมาชน S/L ก่อนล่ะก็ ราคาน่าจะขึ้นได้อีก


Leverage & Margin

Leverage & Margin

ก่อนที่เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า สองค่านี้ มีความสำพันธ์กันอย่างไร เรามารู้จักค่าพวกนี้กันก่อนเลย

Leverage (เลเวอเรจ) 

Leverage คือ เปอร์เซ็นส่วนต่าง ของการลงทุนซื้อขาย ซึ่งจะมีรูปแบบ เป็นค่าคงที่สองค่า อ้างอิงกันโดยใช้เครื่องหมาย : ( ต่อ ) เช่น  n : n ( * n คือค่าคงที่)
       
            ค่า Leverage ที่ใช้ในการเทรด Forex เช่น  1:1 , 1:10 , 1:100 , 1:200 ไปจนถึง 1:1000 ค่าเหล่านี้กำหนดโดยโบรคเกอร์ ซึ่งจะเปรียบได้กับการให้ยืมเงินลงทุนส่วนนึง เพื่อให้นำมารวมกับเงินของเราแล้ว มีมูลค่าเพียงพอที่จะซื้อขายในตลาดได้ (ถ้าไม่มีค่านี เราจะต้องซื้อในราคาเต็ม ซึ่งจะใช้เงินทุนที่สูงมาก เพื่อทำกำไร) ซึ่งอัตราการให้ยืมของโบรคเกอร์นั้น สูงถึง 99% ซึ่งหมายความว่า เราใช้เงินเพียง 1% ในการซื้อขาย แต่ละครั้ง เช่น เราต้องการซื้อขายครั้งนี้ จำนวน $1000 คุณจะใช้เงินที่ลงทุนจริงๆคือ $10 เท่านั้น ถ้ายังไม่เข้าใจลองดูตัวอย่างนี้นะครับ
   
             ยกตัวอย่าง ผมต้องการซื้อเงิน EUR ที่อัตราแลกเปลี่ยน ปัจจุบัน EUR/USD = 1.2550 โดยผมต้องการซื้อ เป็นเงิน $100 แต่ผมจะใช้เงินของผมเพียง $1 ถ้าบัญชีของผมมีค่า Leverage 1:100 โดยที่เหลืออีก $99 เราจะยืมจากทางโบรคเกอร์ ในการซื้อครั้งนี้ ผมจะได้เงิน EUR ทั้งสิ้น 79.68 Euro หลังจากผมซื้อแล้ว อัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD มีการปรับตัวขึ้นไปที่  EUR/USD = 1.2600 ลักษณะนี้ ถ้าผมตัดสินใจขาย Euro ที่ผมซื้อไว้ ผมจะได้กำไร จำนวน 50 จุด (นับตามทศนิยมตำแหน่งที่ 4) กำไรของผมจากการขายในครั้งนี้คือ 79.68 x 1.2600 = $100.39 แต่ทางโบรคจะหักเงินที่เรายืมไปคืนซึ่งในที่นี้คือ $99 ดังนั้น จึงเหลือเพียง $1.39 โดยเราลงทุนเองไป $1 ผลกำไรสุทธิจากการซื้อขายครั้งนี้คือ $0.39 แต่เนื่องจากปัจจุบัน โบรคเกอร์ที่เราเทรดนั้น ได้กำหนดการซื้อขายที่  1 จุด = $0.01 ถ้าเราซื้อที่ $1 ดังนั้นผลกำไรจากการขายครั้งนี้คือ $0.50 (กำไร 50 จุด)
                     
                                    พอเข้าใจเกี่ยวกับ ค่า Leverage ขึ้นบ้างไหมครับ



Margin (มาจิ้น)       

         เมื่อเอ่ยถึงค่านี้ เราจะได้เจอค่าอีกหลายตัวที่มักจะอยู่ด้วยกัน เช่น Lot , Leverage , Use Margin และ Stock เรามาดูกันว่าค่าเหล่านี้คืออะไรและมันสัมพันธ์กันอย่างไร

Use Margin คือ เงินส่วนของเราที่ใช้ทำการซื้อขาย
Lot ปริมาณรวมการซื้อขายใน 1 ครั้ง
Stock คือ มูลค่าการซื้อขายขั้นต่ำแต่ละครั้ง(เป็นจำนวนเงินเต็ม)
Margin Call คือการแจ้งเตือนกรณี เงินที่ใช้ซื้อขายมีคงเหลือ ไม่เพียงพอ กับการซื้อขายรอบนั้นๆ (แต่ละโบรคเกอร์ค่าจะไม่เท่ากัน) โดยหลังจากแจ้งเตือนแล้ว หากเราไม่ทำการเพิ่มเงินในบัญชีนั้นๆให้เพียงพอ จนทำให้ จำนวนเงินคงเหลือ หรือค่า Margin Level ติดลบไปถึงค่า Stop Out บัญชีนั้นจะถูกปิดโดยทันที

            ยกตัวอย่างสมมุติบัญชีของเรามีค่า Leverage 1:100 ถ้าเราต้องการเทรด 1 Lot คุณจะต้องมี Use Margin $1000 ซึ่งหมายความว่าคุณต้องมีเงินทุนในบัญชีมากกว่า $1000 ถึงจะทำการซื้อขายได้


1/7/55

ECB กับมาตรการ (LTRO)

ECB Long-term refinancing operations (LTRO)

   ECB ออกมาตรการ Long-term refinancing operations (LTRO) รอบใหม่ที่ให้เงินธนาคารในยุโรปยืมแบบเกือบจะฟรี (เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ)เรียกว่าเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องไปในระบบแบบขนานใหญ่ เหมือน quantitative easing (QE) ในฝั่งอเมริกา แต่ข้อแตกต่างคือการอัดฉีดผ่านภาคธนาคารโดยตรง ธนาคารหลายๆ แห่งก็ใช้เงินฟรีๆ นี้ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อกินส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย จนอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรเหล่านี้ลดลงไปเยอะทีเดียว

European Stability Mechanism (ESM)

  การจัดตั้งกลไกถาวรในการบริหารเศรษฐกิจ การจัดตั้งกองทุน EFSF นั้นเป็นมาตรการชั่วคราวในการแก้ปัญหาการขาดวินัยทางการคลังของยุโรป โดยผู้นำยุโรปมีดำริที่จะปฏิรูปโครงสร้างการบริหารเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านกลไก ESM (European Stability Mechanism) ภายในกรกฎาคม 2013 แต่ความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น และการบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการบริหารเศรษฐกิจของยุโรป ทำให้ผู้นำจำต้องเร่งจัดตั้ง ESM ให้เร็วขึ้นอีก 1 ปีคือควรจะจัดตั้งให้เป็นรูปธรรมภายในกรกฎาคม 2012 (อีก 9 เดือนข้างหน้า) โดย ESM จะต้องมีอำนาจในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศที่มีปัญหา ตลอดจนปรับปรุงระบบการควบคุมนโยบายการคลังของประเทศสมาชิก (เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่เกิดขึ้นที่กรีซอีก) และกลไกของ ESM จะต้องมีความคล่องตัว กล่าวคือ จะต้องตัดสินใจและออกมาตรการต่างๆ ได้อย่างฉับไว แตกต่างจาก EFSF ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาของทั้ง 17 ประเทศที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร